แอพแชร์ภาพถ่ายของกูเกิล Photovine เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว

สิงหาคม 18, 2011 ใส่ความเห็น

แอพแชร์ภาพถ่ายของกูเกิล Photovine เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว

Photovine แอพแชร์ภาพถ่ายของกูเกิลที่พัฒนาโดยทีม Slide เปิดให้ดาวน์โหลดเวอร์ชัน iOS แล้ว หลังจากที่เป็นข่าวมาระยะหนึ่ง

Photovine เป็นแอพแชร์ภาพถ่ายแบบเดียวกับ Instagram หรือ PicPlz แต่มีแนวคิดด้านโซเชียลที่ต่างออกไปคือ “เถาวัลย์” (vine) หรือการจัดกลุ่มภาพเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม Photovine ยังไม่มีฟีเจอร์การใส่ฟิลเตอร์ให้กับภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้แอพอย่าง Instagram ประสบความสำเร็จ ในระยะยาวก็ต้องรอดูว่า Photovine จะไปได้ไกลแค่ไหน

เนื่องจาก Photovine พัฒนาโดยทีม Slide ไม่ใช่ตัวกูเกิลโดยตรง เราจึงยังไม่เห็นการเชื่อมต่อกับ Google+ หรือข้อมูลว่าจะออกรุ่นบน Android หรือไม่

ที่มา – SlashGear

News General Daily

หมวดหมู่:Uncategorized ป้ายกำกับ:

ปาฏิหาริย์ หลวงพ่อสุด วัดกาหลง

มิถุนายน 16, 2011 ใส่ความเห็น

“มนุษย์”แทบทุกคนเมื่อสิ้นลมหายใจแล้ว ผู้อยู่ข้างหลังก็จะนำร่างไปทำพิธีทางศาสนา ขั้นตอนสุดท้าย คือ การเผากายเนื้อให้เหลือเพียงเถ้ากระดูกละเอียด และหยาบเพียงไม่กี่ชิ้น บรรจุใส่โกศเล็ก ๆ ไว้ดูต่างหน้า เพื่อระลึกถึงผู้ที่จากไป

มีการเผาศพอยู่กรณีหนึ่ง ซึ่งเป็นข่าวดังทางหน้าหนังสือพิมพ์ รายวันหลายฉบับ เกี่ยวกับศพของ พระครูสมุทรธรรมสุนทร หรือ “หลวงพ่อสุด” อดีตเจ้าอาวาสวัดกาหลง เกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเคยเป็นอาจารย์ของ “ตี๋ใหญ่” ที่มีพิธีพระราชทานเพลิงศพไปเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2545 ที่วัดกาหลง

เนื้อข่าวน่าสนใจที่ว่า ศพของท่านโดนไฟเผาไหม้ไม่หมด แม้ว่าร่างจะเป็นเนื้อหนังกระดูกเผาหมดแล้ว แต่กระดูก หรือ อัฐิยังอยู่ในภาพที่สมบูรณ์มาก ไม่บิ่น หรือแตกร้าว เป็นชิ้นๆ แบบการเผาศพทั่วไป เลยทำให้หลายคนไม่อยากเชื่อ จึงต้องไปพิสูจน์ให้เห็นกับตา

ที่มาแห่งเหตุอัศจรรย์นี้ มีนิมิตเกิดแก่ พระศิษย์เอกของหลวงพ่อสุดรูปหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดกาหลง ท่านเล่าว่า

“ก่อนหน้าที่จะเผาประมาณ 2 เดือน ที่ผ่านมา อาตมาฝันเห็นหลวงพ่อสุดมาบอกว่า ไม่มีใครเผาท่านได้ นอกจากตัวท่านเอง อาตมาเลยถามกลับไปว่า แล้วจะให้ทำอย่างไร ท่านบอก ให้จัดดอกไม้จันทร์มาบายศรีขอขมาไว้และให้อาตมาเป็นคนจุดไฟเผา โดยให้อาตมาจับมือท่าน เผาร่างท่านเอง” อาตมาก็นำเรื่องความฝันไปเล่าให้ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดฟัง

ต่อมาในวันพระราชทานเพลิงศพ ช่วงพิธีเผาจริง เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร ท่านมาเป็นประธานจุดไฟ ปรากฏว่าเกิดเหตุประหลาดขึ้น เมื่อไฟที่จุดกับดอกไม้จันทน์ดับลงเฉย ๆ ต้องวางเอาไว้อย่างนั้นอาตมาเห็นจึงเข้าไปจุดไฟเผาตามที่ฝันเอาไว้

“ปกติแล้วศพโดยทั่วไปใช้เวลาเผาประมาณ 2 ชั่วโมงก็ไหม้หมด แต่นี่เวลาเผาท่าน ก็ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ระดับไฟร้อนมากประมาณ 300 องศา ขณะที่เผา ก็จะมีเจ้าหน้าที่ไปกลับร่างท่าน แต่เมื่อได้เวลาราไฟ ปรากฏว่า ยังเห็นร่างของท่านยังอยู่เป็นโครงกระดูกทั้งโครง ทั้งที่เผามานาน”

คุณอุบลรัตน์ ใยไหม กำนันตำบลกาหลง ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า

“ก่อนวันประชุมเพลิงท่าน คณะกรรมการก็ได้เตรียมงานแต่เนิ่น ๆ โดยได้เคลื่อนสรีระร่างของท่านมา หลวงพ่อคล้ายคนนอนหลับ ร่างท่านมีแต่หนังหุ้มกระดูก ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า จีวรเก่าแต่ก็ไม่เปียกคราบน้ำเหลืองเลย ที่เผาท่านเป็นคนสุดท้าย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดให้ดู ก็เห็นภาพที่ว่า ท่านยังเป็นโครงกระดูกอยู่นะ พี่ก็แปลกใจเลยตะโกนบอกว่า “หลวงปู่ไม่ไหม้” แล้วชาวบ้านก็วิ่งไปดู เพราะชาวบ้านก็ยังไม่กลับ เขาจะรอดูที่ว่ากันว่าหลวงปู่จะเผาไม่ไหม้จะเป็นจริงมั้ย เขาก็เลยอยากพิสูจน์แล้วก็เป็นจริงหนังท่านไหม้แต่กระดูกท่านยังไม่หลุด”

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านละแวกวัด และประชาชนทั่วไป ที่สนใจมั่นใจมากขึ้นว่า เป็นปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อสุดเพราะท่านสำเร็จ วิชาอยู่ยงคงกระพันชาตรี ศาสตร์ลี้ลับที่ทำให้สังขารของท่านไม่อาจเผาให้ไหม้หมดอย่างคนธรรมดาทั่วไปได้…

ตามประวัติของหลวงพ่อสุดแห่งวัดกาหลง จ.สมุทรสาคาเจ้าตำรับ ยันต์ตะกร้อ และ เสือเผ่น ท่านเป็นชาวอำเภอพนมไพร จ.ร้อยเอ็ด เกิดในตระกูลชาวนา ในสมัยราชกาลที่ 5 ท่านบวชเป็นสามเณรเมื่ออายุ 16 ปี ที่วัดกลางพนมไพร จ.ร้อยเอ็ด แล้วเดินทางรอนแรมจากร้อยเอ็ด ไปแสวงหาวิชา และ ความรู้ในทางธรรมตามที่ต่าง ๆ จนกระทั่งได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดกาหลง จนมรณภาพ

เรื่องราวของหลวงพ่อสุดเกี่ยวกับพลังอำนาจจิต ที่อยู่ในรูปการสักยันต์ตะกร้อ และเสือแผ่นนั้น โด่งดังมากแม้แต่ “ตี๋ใหญ่” ขุนโจรชื่อดัง ที่เขาลือกันว่าหนังเหนียว และแคล้วคลาดอยู่ตลอดยังนับถือ ไปมาหาสู่หลวงพ่ออยู่บ่อยๆ “ตี๋ใหญ่” มีของดี คือ มีผ้ายันต์ กับ ตะกรุดของหวงพ่อสุดไว้ป้องกันตัว ขนาดถูกตำรวจเป็นร้อยล้อมจับก็ยังหนีเอาตัวรอดไปได้ จนใคร ๆ ลือกันว่าตี๋ใหญ่มีวิชาล่องหนหายตัวได้!

มีเรื่องเล่าถึงวันที่ “ตี๋ใหญ่” สิ้นชื่อ คือ วันนั้น ก่อนที่จะหนีไปหลบซ่อนตัว “ตี๋ใหญ่” ให้ลูกน้องขับรถพามาหาหลวงพ่อสุดที่วัดกาหลง แต่มาแล้วไม่พบหลวงพ่อ จึงกลับออกมา ระหว่างที่รถวิ่งออกมา ก็โดนถล่มจากเจ้าหน้าที่ทั้งสองข้างทาง นับไม่ถ้วนว่ากี่นัด

จะเห็นว่าคนเราเมื่อดวงขาด มันก็ต้องมีอันเป็นไป และเหตุที่ตี๋ใหญ่มาหาลวงพ่อสุดนั้น เป็นเพราะว่า พวงพระและตะกรุดของตี๋ใหญ่หายไป ก็เลยจะมาขอใหม่จากหลวงพ่อ จึงมาพบจุดจบในวันนั้น

หลายคนกล่าวว่าถ้าผ้ายันต์ กับ ตะกรุดยังอยู่ ตี๋ใหญ่อาจจะยังไม่ตาย แต่ถึงอย่างไรตี๋ใหญ่ก็ก่อกรรมทำเข็ญไว้มาก พลังอำนาจจิตหรืออิทธิฤทธิ์ใดๆ ก็มาอยู่ “เหนือกรรม” ไม่ได้ สุดท้ายตี๋ใหญ่ก็ต้องจบชีวิตลง ท่ามกลางการสาปแช่งของผู้คน และใครจะรู้ว่านั้นเป็นสิ่งที่หลวงพ่อสุดกำหนดให้เป็นไปด้วยหรือไม่

ก็ยังมีเรื่องเล่าถึง อดีตนาวิกโยธินคนหนึ่ง ที่ได้เครื่องรางของหลวงพ่อสุดไป เป็น เหรียญเสือเผ่น และ รอยสัก ขณะที่รับราชการอยู่ เขาถูกส่งไปปราบผู้ก่อการร้ายที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ในปี พ.ศ.2519 แล้วโดนถล่ม ขณะอยู่บนรถบีเอ็มซี เพื่อนคนหนึ่งถูกยิงจนตาตุ่มหายไปทั้งแถบ ส่วนตัวเองถูกยิงห้านัด กระสุนเข้ากลางหลังตรงยันต์พอดี เสื้อทะลุเป็นรู แต่กระสุนกลับไม่เข้าเนื้อ และ ไม่มีบาดแผลเพียงแต่เป็นรอยจ้ำ ๆ เท่านั้น

ส่วนอีกคนเป็นศิษย์หลวงพ่อสุดเหมือนกัน คนนี้เป็นโรคที่ตา ต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลศิริราช ระหว่างการรักษาต้องฉีดยาเพื่อผ่าตัด เข้าใจว่าเป็นยาชา แต่พอฉีด เข็มฉีดยากลับไม่เข้าเนื้อ เพราะคนนี้หลวงพ่อสุดสักน้ำมันครอบไว้ ผลสุดท้าย ต้องมานิมนต์หลวงพ่อสุดไปโรงพยาบาล เพื่อทำพิธีถอน คนป่วยจึงได้รับการฉีดยา และ ผ่าตัดเรียบร้อย

ปัจจุบันทางวัดกาหลง จ.สมุทรสาคร ได้นำร่างที่เป็นโครงกระดูกของ หลวงพ่อสุด บรรจุไว้ในโลงแก้ว ตั้งให้ประชาชนไปกราบนมัสการอยู่ที่ชั้นสอง ของศาลาการเปรียญภายในวัดซึ่งทุกวัน จะมีประชาชนและลูกศาย์ที่เลื่อมใสแวะเวียนไปกราบเสรีระร่างของท่านไม่ขาดสาย

การเข้า Safe Mode เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากซอฟต์แวร์

พฤษภาคม 26, 2011 ใส่ความเห็น

การเข้าสู่ Safe Mode เป็นอีกวิธีหนึ่งในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากซอฟต์แวร์ที่เราได้ ติดตั้งลงไป เพราะในโหมดนี้จะข้ามการทำงาน Registry , ไดรเวอร์ของฮาร์ดแวร์และค่าต่าง ๆ ที่ผู้ใช้ กำหนดไว้ ดังนั้นขั้นตอนการบูตเข้า Safe Mode จึงไม่เสียหายจากการทำงานเหล่านี้ ดังนั้น จึงควรเรียนรู้การใช้งาน Safe Mode ด้วย เพราะจะช่วยแก้ปัญหาในหลายๆ เรื่องได้เป็นอย่างดี หากเครื่องมีปัญหาไม่สามารถบูตเข้าวินโดวส์ได้ จะแก้ปัญหาโดยการเข้าสู่ Safe Mode แล้วเข้าไปแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ตามต้องการ เช่น หากปัญหาที่เกิดจากการติดตั้งไดรเวอร์ ก็ให้เข้า Safe Mode แล้วเข้าไปลบไดรเวอร์ตัวนั้นทิ้งไป หากมีปัญหาจากการติดตั้งโปรแกรมต่างๆ ก็ให้เข้าไปที่ Add / Remove Programs ใน Safe Mode แล้วคลิกเลือกโปรแกรมที่สร้างปัญหาทิ้งไป

ซึ่งการเข้า Safe Mode ก็สามารถทำได้ดังขั้นตอนต่อไปนี้ให้บูตเครื่องขึ้นมาใหม่ จากนั้นกดปุ่ม F8 บนคีย์บอร์ดย้ำ ๆ (หรือกดปุ่ม Ctrl ค้างไว้) แล้วจะปรากฏเมนูขึ้นมาดังนี้
1. Normal
2. Logged (\ BOOTLOGE.TXT)
3. Safe Mode
4. Step-by-step confirmation
5. Command prompt only
6. Safe modecommand promt only
ให้เลือกที่หัวข้อ 3 Safe Mode เท่านี้เราก็จะสามารถเข้า Safe Mode เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาต่างๆ ได้แล้ว

แผนผังกระบวนการแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์

พฤษภาคม 26, 2011 ใส่ความเห็น

หมดปัญญาซ่อมเองทำอย่างไร ? ปัญหาหรืออาการเสียหลายอย่างจำเป็นจะต้องใช้ทักษะในการตรวจซ่อมสูง ซึ่งต้องอาศัยช่างที่มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญเป็นพิเศษ แต่ถ้าคุณไม่มีก็อย่าเสี่ยงซ่อมเอง เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น ทางที่ดีส่งซ่อมดีกว่า เช่น งานบัดกรีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิค เปลี่ยนแผ่นวงจรบนฮาร์ดดิสก์ ซ่อมเมนบอร์ด หลดภาพของจอมอนิเตอร์เสื่อม เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้แนะนำให้ส่งซ่อมดีกว่า หรือถ้าอุปกรณ์ ยังอยู่ในประกันก็ส่งเคลมดีที่สุด

ข้อมูลจากหนังสือ ซ่อมคอมอย่างเซียนพันธ์ทิพย์

กู้ Windows XP แบบไม่ต้องลงใหม่

พฤษภาคม 26, 2011 ใส่ความเห็น

ถ้าวินโดวส์มีป้ญหาไม่สามารถบู๊ตขึ้นภาพ Windows XP คุณๆจะมีวิธีของตนเอง เช่น เอาไฟล์ที่ ghost ไว้มาใช้ แต่ก็ปัญหาคือ ไฟล์ที่ได้ไม่ใช่ข้อมูลปัจุบัน หรือ format ลงวินโดวส์ใหม่ชึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยต้องลงโปรแกรมใหม่เป็นสิบตัว ยังต้องเสียเวลา Crack อีก ข้อมูลที่คุณทำไว้ก็หายหมด ผมมีวิธีการกู้แบบง่ายๆ ไปหาวิธีแบบยาก แล้วแต่เหตุการณ์ และสาเหตุ

เทคนิคที่ 1 กู้แบบง่ายๆ

สาเหตุ : ปกติคุณๆ มักชอบติดตั้งโปรแกรมใหม่ๆ เพิ่มเติม ผลปรากฎว่าเมื่อติดตั้งแล้วพอบู๊ตใหม่กลับบู๊ตไม่ขึ้น สาเหตูอาจมาจากโปรแกรมที่ติดใหม่ ติดตั้งไฟล์ระบบตัวเก่าทับตัวใหม่ ทำให้วินโดวส์ไม่รู้จักไฟล์ระบบ เลยทำให้เกิดหน้าจอดำค้างไม่บู๊ตเข้าหน้าจอเดสก์ทอป

วิธีแก้ไข : อาจจะใช้วิธี System Restore ใน Safe Mode โดยกดปุ่ม F8 ค้างไว้ ขณะบู๊ตเครื่องใหม่ แล้วเลือกไปที่หัวข้อ Safet Mode กู้วันที่ย้อนหลังครั้งล่าสุดที่ไม่ได้ติดตั้งโปรแกรม หรือจะให้สะดวกกว่านี้ก็ให้เลือกหัวข้อ “Last Know Good Configuration” ก็จะกู้ระบบครั้งล่าสุดให้ทันที ทำให้บู๊ตเข้าวินโดว์ส ได้ตามเดิม

เทคนิคที่ 2 ก๊อปปี้ไฟล์ระบบ 3 ตัวทับไฟล์ระบบเดิม

สาเหตุ :ถ้าวินโดวส์ไม่บู๊ตหรือรันหน้าต่าง Start up…Windows XP เลย อาจเป็นที่ไฟล์ Boot Sector ของไฟล์ระบบเสีย หรือมีปัญหาขัดแย้งกับไฟล์ ntldr หรือ ntdetect.com ทำให้บู๊ตไม่ขึ้นภาพ

วิธีแก้ไข :ให้ก๊อปปี้ไฟล์ระบบจากเครื่องอื่นที่ลง Windows XP เหมือนกันหรือคุณจะก๊อปปี้ไฟล์ระบบที่เครื่องคุณเอาไว้ก่อนที่เครื่องจะมีปัญหาก็ได้ ด้วยใช้คำสั่ง xcopy ผ่านโหมด command line โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

1. ก๊อปปี้ 3 ไฟล์ข้างนี้ โดยใส่แผ่นเปล่า (1.44MB)ลงในไดรว์ a:

เมื่อก๊อปปี้เสร็จเอาเก็บไว้ใช้ในขั้นตอนต่อไป

2.บู๊ตเครื่องใหม่ แล้วกดปุ่ม F8 ค้างไว้ เพื่อไปหน้าจอ Safe Mode

3.เอาแผ่นดิสก์ที่ทำไว้แล้วตามข้อ 1 ใส่ไปที่เครื่อง ออกไปที่ DOS Prompt แล้วพิมพ์คำสั่งก๊อปปี้ไฟล์ตามข้างล่างนี้

4.กดปุ่ม enter ตามหลังคำสั่ง

5. บู๊ตเครื่องใหม่อีกครั้ง ก็จะสามารถเข้าหน้าเดสก์ทอปของวินโดวส์ได้ตามเดิม

เทคนิคที่ 3 ซ่อมวินโดวส์ ด้วยแผ่นบู๊ต Boot CD Rom

สาเหตุ : ปัญหานี้ส่วนใหญ่ สืบเนื่องจากการติดตั้ง Patch file ตัวใหม่ๆ แล้วไม่สามารถรองรับไฟล์ระบบของวินโดวส์หรือก็อปปี๊ไฟล์ .dll, .vdx, .inf ผิดเวอร์ชั่น หรือเผลอลบไฟล์ระบบบางตัว ก็เป็นสาเหตุได้ ฉะนั้นหากแก้ด้วยวิธีที 1,2 ไม่หาย ก็ต้องใช้วิธีที่ 3 ซ่อมแซมไฟล์ระบบใหม่ แทนที่จะเสียเวลาติดตั้งใหม่ วิธีนี้ก็จะช่วยย่นเวลาให้น้อยลง

วิธีแก้ไข : เตรียมแผ่นบู๊ต CD Windows (แผ่นติดตั้งวินโดวส์) ใส่ใน CD-ROM แล้วบู๊ตเครื่องใหม่ จากนั้นทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

1.เมื่อเข้าหน้าจอ Windows to Setup หน้าแรก ให้คุณกด Enter ผ่านขั้นตอนนี้ไป

2.จากนั้นก็จะเข้าหน้าจอ windows XP Lincesing Agreement หน้าที่สอง กดปุ่ม F8 เพื่อยอมรับการติดตั้งใหม่

3.เมื่อเข้าหน้าจอการติดตั้ง Windows XP Pro..Setup เลือกไดรฟ์ที่ติดตั้ง แล้วกดตัว R เพื่อซ่อมแซ่มไฟล์ที่สูญหายให้กลับคืนมาดังเดิม เมือเสร็จสิ้นการติดตั้งโปรแกรมต่างๆที่ติดตั้งไปก็ยังคงใช้ได้เหมือนเดิมไม่ต้องติดตั้งใหม่ให้เสียเวลา

ปล. สำหรับผู้ที่ใช้ Harddisk แบบ SATA ในตอนบู๊ตแผ่นติดตั้ง Windows ให้กด F6 เพื่อติดตั้งไดรว์เวอร์ SATA ก่อนเข้าขั้นตอนที่ 1 ด้วยนะครับ ไม่เช่นนั้นวินโดวส์จะมองไม่เห็น Harddisk

วิธีใหม่สำหรับแฮ็กมือถือ: แฮ็กตัว Baseband Processor

มกราคม 23, 2011 ใส่ความเห็น

ที่ผ่านมาเราเห็นการแฮ็กมือถือเพื่อปรับแต่งค่าต่างๆ ทำกันที่ระดับระบบปฏิบัติการหลัก (อาจรวมถึง bootloader) แต่ในงานประชุมแฮ็กเกอร์ Black Hat Conference นักวิจัยด้านความปลอดภัยเริ่มโชว์การแฮ็กตัว baseband processor (หรือบางคนเรียก radio) ซึ่งเป็นตัวสื่อสารระหว่างมือถือกับเสาสัญญาณ

Ralf-Philipp Weinmann นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลักเซมเบิร์ก ให้สัมภาษณ์ว่าเขาพบบั๊กในหน่วยประมวลผลสัญญาณ GSM ที่ผลิตจาก Qualcomm และ Infineon จึงสามารถแฮ็กเข้าไปที่ตัวมือถือได้ กระบวนการที่เขาใช้คือสร้างเสาสัญญาณหลอกๆ ขึ้นมาให้มือถือเชื่อว่าเป็นเสาจริงก่อน แล้วค่อยยิงโค้ดเข้าไปที่เฟิร์มแวร์

เครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การแฮ็ก baseband เป็นจริงได้ คือซอฟต์แวร์ OpenBTS ที่ใช้จำลองตัวเป็นเสาสัญญาณ ทำให้แฮ็กเกอร์ไม่ต้องลงทุนมหาศาลในการสร้างเสาเอง และเราน่าจะเห็นการแฮ็กระบบแบบนี้ (ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ) มากขึ้นอย่างแน่นอน

ที่มา – InfoWorld

คุณแม่ชาวอังกฤษคือผู้โชคดีโหลด App ใน iTunes เป็นครั้งที่ 1 หมื่นล้าน

ก่อนหน้านี้แอปเปิลได้มีการเปิดเผยว่าจะให้รางวัล iTunes Gift Card 10,000 ดอลลาร์สหรัฐแก่ผู้ที่ดาวน์โหลด App จาก App Store เป็นครั้งที่ 1 หมื่นล้าน วันนี้ก็ได้ผู้โชคดีแล้วครับ

ผู้โชคดีรายนี้มีนามว่าคุณ Gail Davis ซึ่งเป็นคุณแม่จากมณฑลเคนต์ในสหราชอาณาจักร เธอยอมรับว่าคนที่ดาวน์โหลดจริงๆ นั้นไม่ใช่ตัวเธอเอง แต่เป็นลูกสาวของเธอ และ App ที่ทำการดาวน์โหลดในครั้งนี้คือเกม Paper Glider ซึ่งเป็นเกมร่อนจรวดกระดาษที่ดาวน์โหลดได้ฟรีจาก App Store โดยตอนรับโทรศัพท์เธอก็ยังนึกว่าเป็นเรื่องล้อเล่นด้วย

Philip Schiller ผู้บริหารของแอปเปิลเผยว่ายอดการดาวน์โหลด 1 หมื่นล้านครั้งนี้เกิดขึ้นในเวลาเพียง 2 ปีครึ่ง และเพียงแค่ในปีที่แล้วก็มีการโหลดไปถึง 7 พันล้านครั้งทีเดียว

ที่มา: Electronista

หมวดหมู่:ข่าวไอที(IT) ป้ายกำกับ:, ,
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.